Top Banner 1
ช้อปปิ้งออนไลน์สินค้าโมเด็กซ์เฮ้าส์
บทความ

มือใหม่ควรรู้! 5 ขั้นตอนเลือกซื้อเหล็กก่อสร้าง

โดย ทีมงาน | 2025-11-10 20:04:48
Featured Image

 1. รู้จัก "ประเภทงาน" ก่อนเลือก "ประเภทเหล็ก"

ก่อนจะไปถึงร้านเหล็ก คำถามแรกที่ต้องตอบให้ได้คือ "เราจะนำเหล็กไปทำอะไร?" เพราะเหล็กแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่องานที่ต่างกัน

  • งานโครงสร้างหลัก (เสา, คาน, ตอม่อ): ต้องใช้ เหล็กเส้นกลม (Round Bar - RB) หรือ เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar - DB) ที่มีกำลังรับน้ำหนักสูง (เช่น SD40, SD50)

  • งานโครงสร้างรอง (โครงหลังคา, แป, รั้ว): มักใช้ เหล็กรูปพรรณ เช่น เหล็กกล่อง (Steel Tube) หรือ เหล็กตัวซี (Light Lip Channel) ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง

  • งานเทพื้น: ใช้ เหล็กเส้นกลม (RB) หรือ ไวร์เมช (Wire Mesh) เพื่อเสริมความแข็งแรง ป้องกันการแตกร้าว

การเลือกใช้เหล็กผิดประเภท เช่น นำเหล็กที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับน้ำหนักไปใช้ทำเสา อาจทำให้บ้านทั้งหลังพังลงมาได้

2. ยึดมั่นใน "แบบก่อสร้าง" (BOQ) อย่าคิดเอง!

สำหรับเจ้าของบ้าน "แบบก่อสร้าง" หรือ "รายการวัสดุ (BOQ)" ที่วิศวกรและสถาปนิกออกแบบไว้คือคัมภีร์ที่สำคัญที่สุด

ในแบบจะระบุชัดเจนว่าโครงสร้างส่วนไหนต้องใช้เหล็กประเภทใด ขนาดเท่าไหร่ และต้องเป็นชั้นคุณภาพ (Grade) อะไร (เช่น DB12 SD40) ห้ามลดสเป็กเหล็กเองโดยเด็ดขาด เพราะวิศวกรได้คำนวณการรับน้ำหนักมาอย่างดีแล้ว หากคุณต้องการประหยัดงบ ควรปรึกษาวิศวกรผู้ควบคุมงานก่อนเสมอ

3. มองหาสัญลักษณ์ "มอก." (TIS) สบายใจได้มาตรฐาน

หัวใจของการได้เหล็กคุณภาพคือสัญลักษณ์ "มอก." (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) ที่ประทับนูนอยู่บนตัวเหล็ก

สัญลักษณ์ มอก. เป็นการการันตีว่าเหล็กเส้นนั้นๆ ผ่านการทดสอบและมีคุณสมบัติ (ส่วนประกอบทางเคมี, การรับแรงดึง, ความเหนียว) ตรงตามที่มาตรฐานกำหนดไว้ หากคุณเจอเหล็กที่ไม่มี มอก. หรือสัญลักษณ์ดูเลือนลางไม่ชัดเจน แม้ราคาจะถูกกว่า ก็ไม่ควรเสี่ยงนำมาใช้งานโครงสร้างหลักครับ

4. รู้จัก "เหล็กเต็ม" และ "เหล็กเบา" (เหล็กไม่เต็ม)

ในวงการก่อสร้าง คุณมักจะได้ยิน 2 คำนี้

  • เหล็กเต็ม: หมายถึง เหล็กที่มีขนาดและน้ำหนัก "ตรงตาม" มาตรฐาน มอก. ทุกประการ

  • เหล็กเบา/เหล็กไม่เต็ม: หมายถึง เหล็กที่ผลิตออกมามีขนาดหรือความหนา "ต่ำกว่า" เกณฑ์มาตรฐาน มอก. ทำให้มีน้ำหนักเบากว่าและราคาถูกกว่า

สำหรับการสร้างบ้านอยู่อาศัย ควรเลือกใช้ "เหล็กเต็ม" เท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เหล็กเบาอาจใช้ได้กับงานตกแต่งหรืองานที่ไม่ได้รับน้ำหนัก เช่น รั้วชั่วคราว แต่ไม่เหมาะกับโครงสร้างถาวร

5. เลือกร้านค้าที่ "น่าเชื่อถือ" และ "ตรวจสอบได้"

ขั้นตอนสุดท้ายคือการสั่งซื้อ ควรเลือกร้านค้าหรือตัวแทนจำหน่ายเหล็กที่น่าเชื่อถือ

  • มีที่ตั้งร้านค้าชัดเจน ตรวจสอบได้

  • สามารถออกใบกำกับภาษี หรือเอกสารรับรอง (Certificate) ของเหล็กได้

  • มีบริการจัดส่งที่รวดเร็ว และแจ้งเงื่อนไขการลงของหน้างานชัดเจน

  • (สำคัญ) มีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาได้เมื่อคุณมีข้อสงสัย

เพียงทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ การเลือกซื้อเหล็กสำหรับบ้านในฝันของคุณก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป การลงทุนกับ "คุณภาพ" ของเหล็กในวันนี้ คือการลงทุนเพื่อ "ความปลอดภัย" ของคุณและครอบครัวในระยะยาวครับ